เคยเป็นกันรึเปล่า?

เวลาเห็นภาพถ่ายสวยๆแล้วเกิดความคิดว่า “โอ้โห เทพอะไรจะปานนั้น ชัดเว่อร์ แสงดีเว่อร์ สมจริงเว่อร์ ทำยังไงอะ ใช้แอ็พใช้โปรแกรมอะไรเหรอ?” ซึ่งก็อยากจะบอกว่า ช่างภาพร้อยทั้งร้อยที่ถ่ายออกมาได้สวยปังขนาดนั้น ปัจจัยที่สำคัญจริงๆคือเทคนิคการ ตั้งค่ากล้อง ให้ถูกต้อง และ มุมมอง เท่านั้น

 มีบทความที่น่าสนใจมากของ ‘แดเนียล สมิธ’ เขียนบนเว็บไซต์ Digital Photography School เอาไว้ว่า ต่อให้ใช้โหมดปรับแสง ปรับสี หรือการ ตั้งค่ากล้อง อะไรก็ตามช่วย แต่ถ้าตัวช่างภาพฝีมือไม่ดี วางมุมกล้องไม่ดี ไม่รู้หลักอะไรเลย ภาพที่ออกมาก็จะดูไม่น่าประทับใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้น แอ็พต่างๆ ฟังก์ชั่นต่างๆจึงเป็นเพียงเครื่องมือ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะทำให้ภาพคมชัดสวยงาม ทั้งหมดอยู่ที่ความสามารถของตัวผู้ถ่าย

 พร้อมกันนั้นแดเนียลยังเอาผลงานภาพถ่ายของเขามาอวดไว้ให้เปนขวัญตาด้วย ลองไปดูกันเลยว่าที่เห็นสวยเป๊ะขนาดนี้ เจ้าตัวเขาใช้เทคนิคอะไรยังไงบ้าง…

1.นักปั่นจักรยานตั้งค่ากล้อง“ผมใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/5 และใช้เทคนิคการแฟนกล้องตามวัตถุไป เพราะฉะนั้นแบ็คกราวน์มันก็เลยออกมาเบลอได้สวยแบบนี้ครับ แล้วผมก็ต้องเน้นไปที่ตัวนักปั่นเพื่อให้เขาดูเด่นออกมาจากรูปหน่อยและมีความคมชัดนั่นหมายความว่าผมต้องเพิ่มรูรับแสงเป็น f/10 จะได้ลดISO ไปเป็น ISO320 ด้วยครับ”

 

2.นักยิมนาสติกตั้งค่ากล้องในภาพนี้เราอยากจะทำให้เหมือนกับตัวนักยิมนาสติกกำลังเคลื่อนไหวจริงๆไม่ใช่แค่ถ่าย      ภาพนิ่งๆทื่อๆออกมา และภาพนี้คล้ายกับนักปั่นจักรยานแต่ครั้งนี้เราไม่จำเป็นต้องแพนกล้อง เพราะฉะนั้นการตั้งค่ากล้องก็เลยต้องลดความเร็วชัดเตอร์จาก 1/1000 ไปที่ 1/15 เช่นเดียวกับ ISO ลดจาก ISO3200 ไปเป็น ISO500 เนื่องจากความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าลง

 

3.นักสเก็ตน้ำแข็งตั้งค่ากล้อง“ภาพนี้ผมต้องการจับการเคลื่อนไหวให้นิ่งสนิท ผมใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/1000 ส่วนรูรับแสงก็ใช้ที่ f/3.5 ตั้งค่าISOไว้ที่3200 แสงมันจะได้ออกมาเป๊ะพอดี เพราะเวลาที่เราไม่ได้ถ่ายกลางแจ้ง แสงมันจะน้อย ก็ต้องใช้ค่าISOสูงหน่อยครับ”

4.นักปั่นจักรยาน%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-4แดเนียลระบุเอาไว้ว่าใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/160th รูรับแสงที่ f/2.8 และค่า ISOที่100 และใช้ High speed sync เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของนักปั่น การที่ใช้ค่า ISO ที่ต่ำนอกจากจะได้ไฟล์คุณภาพที่ดีแล้ว ภาพนี้เรายังต้องการให้บรรยากาศภายนอกนั้นไม่สว่างจนเกินไป

5.นางแบบชุดกีฬา%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-5“ผมใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/160 รูรับแสง f/4 แล้วก็ ISO400 แล้วก็มีแฟล็ชอีก 2 ตัวด้วยครับ เลยทำให้ตรงตัวนางแบบ มุมหน้าและแขนมีแสงแว่บๆออกมานิดหน่อย อ้อแล้วก็…ผมมีไฟหลักอยู่ตรงด้านซ้ายของกล้อง ที่มุม 45 องศาด้วย ส่องไปที่นางแบบ สรุปคือทั้งหมดนี้เป็นแสงจริงๆ ไม่มีการปรับแต่งใดๆ”

6.นักรักบี้%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-6“ผมต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/1000th เพื่อจับการเคลื่อนไหวของตัวนักกีฬาให้ทัน แล้วก็ใช้รูรับแสงที่ f/3.5 เพื่อให้เกิดชัดตื้น  และใช้ISOที่6400เพื่อเก็บรายละเอียด อย่าลืมว่านี่เป็นกีฬาที่แข่งตอนกลางคืน เลยต้องใช้ISOสูง”

 

ตั้งค่ากล้อง

ส่วนอันนี้เป็นภาพแสดงให้เห็นความแตกต่างและความสำพันธ์กันของความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง และ ISO แต่ละแบบครับ เราจะเห็นได้ว่าความคมชัด ความเร็วและความละเอียดมันต่างกันยังไง

…และแดเนียลยังทิ้งท้ายสรุปเอาไว้อีกว่า “อย่าตั้งคำถามว่าใช้แอ็พใช้ฟังก์ชั่นอะไร แต่อยากให้มองลงไปในมุมลึกกว่านั้น คือพยายามไปศึกษามาด้วยตนเอง เป็นต้น ว่าภาพที่สวยขนาดนี้เราจะถ่ายได้อย่างไร ใช้กระบวนการแบบไหน ใช้กล้องใช้เลนส์อะไร ใช้แสงยังไง เป็นต้น”…

คราวนี้ลองมาดูข้อผิดพลาดต่างของมือใหม่การได้ที่ มือใหม่ผิดตลอดๆๆ

Credit : digital-photography-school

คอมเมนท์

ความเห็น